ประวัติโรงเรียน

 ประวัติโรงเรียนสิทธิพยากรณ์

               ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2483  ใช้ชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนปากคลองสี่  มีนายสุวิช ทรัพย์ทวี  นายอำเภอวังน้อยในขณะนั้นเป็นผู้ก่อตั้ง  โดยใช้สถานที่บ้านของนายใช้ แซ่เบ้ เป็นอาคารชั่วคราว มีนายผาด นิยมวิภาค เป็นครูใหญ่คนแรก  เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  อีก 4 ปีต่อมา ปี พ.ศ. 2487 นายหลิม ยุ่นสมาน ครูใหญ่ ได้รับบริจาคที่ดิน จากนางจรูญ สิทธิพยากรณ์ จำนวน 8 ไร่ พร้อมด้วยเงินจำนวน 80,000 บาท รวมกับเงินงบประมาณของทางราชการจำนวน 160,000 บาท ได้จัดสร้างอาคารเรียนแบบ 017 และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนสิทธิพยากรณ์ จนถึงทุกวันนี้

          ปัจจุบัน โรงเรียนสิทธิพยากรณ์ มีภารกิจในการศึกษา 2 ระดับ คือ

     1. ระดับก่อนประถมศึกษา จัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 (4 ขวบ) ถึงชั้นอนุบาล 2 (5 ขวบ) จำนวน  80  คน

     2. ระดับประถมศึกษา จัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  จำนวน  69  คน

         ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน คือ ดร.กัลยรัตน์  เมืองสง

สภาพปัจจุบันและปัญหา

 โรงเรียนสิทธิพยากรณ์ เป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากโรงเรียนขนาดเล็กในปีการศึกษา 2552 2553 (  2552- 83  คน / 2553- 116 คน ) ปีการศึกษา 2554 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนขนาดกลางมีนักเรียนจำนวน 146  คน ตั้งอยู่ที่หมู่  6  ถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ (คลองสี่) ตำบลวังน้อย  อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเขตแดนติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา (ปฐมวัย) ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 ห้องเรียน มีบุคลากรประกอบด้วยข้าราชการครู (รวมทั้งผู้บริหาร) จำนวน 6 คน ครูอัตราจ้างงบวิกฤตและขาดแคลนจำนวน 2 คน พี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม 1 คน และนักการภารโรงจำนวน 1 คน มีอาคารเรียน 2 ชั้น แบบ 017 กรมสามัญ 1 หลัง อาคารเอนกประสงค์ 1 หลัง และอาคารเรียนอนุบาลที่ได้รับบริจาคจำนวน 1 หลัง 2 ห้องเรียน  นักเรียนร้อยละ 80 ฐานะยากจนมีรายได้ต่ำกว่า 40,000  บาท : ปี  และเป็นนักเรียนที่มาจากครอบครัวแตกแยก  คุณภาพชีวิตไม่สมบรูณ์นัก  และยังมีนักเรียนพิการเรียนร่วมอีกประมาณ 10 % โดยเฉพาะนักเรียนอนุบาล

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 5 ธันวาคม 2554 โรงเรียนได้ประสบอุทกภัยอย่างหนัก น้ำท่วมสูงถึง 1.80 เมตร ถ้าเป็นบริเวณที่ลุ่มจะสูงถึง 2.00 เมตร ซึ่งทางโรงเรียนได้เก็บของไว้ที่สูงเพียง 1.20 เมตร โดยเทียบเคียงกับปริมาณน้ำที่เคยท่วมในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2549 เมื่อจะมาเก็บของเพิ่มเติมขึ้นชั้น 2 ของอาคาร ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากถนนถูกตัดขาด และน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจนเก็บของไม่ทัน

สภาพห้องเรียนชั้นล่าง/ห้องสมุด/ห้องธุรการ/ห้องประชุมวิชาการและห้องอนุบาลจึงเสียหายอย่างหนัก แม้แต่อาคารเอนกประสงค์ที่ใต้ถุนเป็นโรงอาหารถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ เกือบถึงชั้นสองอีกประมาณ 10 ซม.